
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ทองคำกับ VAT2
ทองคำกับ VAT
เห็นราคาทองคำทุกวันนี้แล้ว ยอมรับว่าสูงพอสมควรทีเดียว ประเภทที่ว่าขึ้นแล้ว ลงยากซะด้วย
หนุ่มๆ ที่จะแต่งงานโดยใช้ทองคำเป็นสินสอดหรือใช้เป็นของหมั้น ต้องใช้เงินมากหน่อยหากต้องซื้อทองคำมาใช้ในงานนี้ ยังไงเสียไม่ว่าราคาทองคำจะถูกหรือแพงก็ต้องซื้ออยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่จะแต่งงาน มองอะไรก็สวยงามไปหมด ทองคำ ที่ขายมีทั้งทองรูปพรรณและมิใช่ทองรูปพรรณ ส่วนใหญ่คนทั่วไปก็มักจะซื้อทองรูปพรรณ เพราะราคาพอซื้อหาได้ แต่ ถ้าเป็นทองแท่ง คงเป็นรายใหญ่ที่ซื้อมาทำทองรูปพรรณจำหน่าย หรือไม่ก็มีเงินถุงเงินถังเหลือกินเหลือใช้ ซื้อมาเก็งกำไรขายต่อก็ มีเยอะ ก็ไม่ว่ากัน ซื้อขายมากครั้งเท่าใด เงินหมุนเวียนในท้องตลาดก็มีมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงภาษีจากการขายดังกล่าวก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วย พูดง่ายๆว่า คนซื้อคนขายต่างก็มีความสุข สบายใจ รัฐก็ได้ภาษีมากขึ้น สำหรับคนที่ชอบสวมใส่สร้อยคอทองคำหรือเครื่องประดับ ประเภทตู้ทองเคลื่อนที่ ไม่ใช่คนสวมใส่ชอบคนเดียวครับ ผู้ร้ายก็ชอบเหมือนกัน ดีไม่ดีชอบมากกว่าผู้สวมใส่เครื่องประดับซะอีก อาจนำพาให้ผู้สวมใส่สร้อยหรือเครื่องประดับถูกทำร้ายบาดเจ็บถึงตายเอาได้ ง่ายๆ ทีนี้ มาดูกันว่าการขายทองคำและการนำเข้าทองคำ เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร โดย ปกติการขายทองคำประเภททองรูปพรรณหรือมิใช่ทองรูปพรรณ หรือการนำเข้าทองคำ จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ กล่าวคือ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขายทองคำ ก็จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ หรือกรณีเป็นผู้นำเข้าทองคำ ก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกรมศุลกากรเป็นผู้จัดเก็บ กฎหมายได้มียกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือมีการใช้ฐานภาษีที่นำมาคำนวณภาษีขายเมื่อขายทองคำแตกต่างไปบ้าง ดังนี้ทอง คำที่มิใช่ทองรูปพรรณ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่มีความประสงค์จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าหรือการขาย ทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ ทองคำจะต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50 กรณีเป็น ผู้นำเข้าทองคำ จะต้องแสดงเอกสารหรือหลักฐาน เกี่ยวกับการนำเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ในเวลายื่นใบขนสินค้า เพื่อผ่านพิธีการศุลกากร และจะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานจากผู้ขายในต่างประเทศว่า ผู้นำเข้าเป็นผู้ซื้อทองคำดังกล่าวจากผู้ขายใน ต่างประเทศกรณีเป็น ผู้ขายทองคำ จะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงการเป็นสมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับ การค้าทองคำหรืออัญมณี สมาคมใดสมาคมหนึ่ง ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 311ทอง รูปพรรณ เช่น สร้อยคอ แหวน ฯลฯ หากส่งออกก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 0 แต่ถ้าขายในประเทศ โดยปกติจะใช้ราคาขายมาคิดคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7 แต่เนื่องจากมีร้านทองที่จำหน่ายทองคำโดยรับซื้อและขายกับบุคคลทั่วไป ขณะที่ซื้อจากคนทั่วไปที่นำทองคำมาขายหรือมาแลกเปลี่ยน ก็จะไม่มีใบกำกับภาษีซื้อ แต่เมื่อร้านทองขายออกไปก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กฎหมายจึงได้กำหนดให้มูลค่าของทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศรับซื้อคืน ในวันที่ขายทองรูปพรรณ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าฐานภาษี (ประกาศอธิบดีภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 40) แต่ทั้งนี้ ผู้ขายทองคำต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกิจการขายทองรูป พรรณ ซึ่งมีใบอนุญาตค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า ดังนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องเสียจากการขายทองรูปพรรณในกรณีนี้จะคำนวณจากราคา ขายทองรูปพรรณรวมกำเหน็จ หักออกด้วยราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศกำหนด ผลลัพธ์ส่วนต่าง ให้นำมาคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7 ก็จะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายทองรูปพรรณนั้น ครับ การขายทองคำหรือการนำเข้าที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นเดียวกับการขายสินค้าทั่วไป.
โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=finance&id=239682
เห็นราคาทองคำทุกวันนี้แล้ว ยอมรับว่าสูงพอสมควรทีเดียว ประเภทที่ว่าขึ้นแล้ว ลงยากซะด้วย
หนุ่มๆ ที่จะแต่งงานโดยใช้ทองคำเป็นสินสอดหรือใช้เป็นของหมั้น ต้องใช้เงินมากหน่อยหากต้องซื้อทองคำมาใช้ในงานนี้ ยังไงเสียไม่ว่าราคาทองคำจะถูกหรือแพงก็ต้องซื้ออยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนที่จะแต่งงาน มองอะไรก็สวยงามไปหมด ทองคำ ที่ขายมีทั้งทองรูปพรรณและมิใช่ทองรูปพรรณ ส่วนใหญ่คนทั่วไปก็มักจะซื้อทองรูปพรรณ เพราะราคาพอซื้อหาได้ แต่ ถ้าเป็นทองแท่ง คงเป็นรายใหญ่ที่ซื้อมาทำทองรูปพรรณจำหน่าย หรือไม่ก็มีเงินถุงเงินถังเหลือกินเหลือใช้ ซื้อมาเก็งกำไรขายต่อก็ มีเยอะ ก็ไม่ว่ากัน ซื้อขายมากครั้งเท่าใด เงินหมุนเวียนในท้องตลาดก็มีมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงภาษีจากการขายดังกล่าวก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วย พูดง่ายๆว่า คนซื้อคนขายต่างก็มีความสุข สบายใจ รัฐก็ได้ภาษีมากขึ้น สำหรับคนที่ชอบสวมใส่สร้อยคอทองคำหรือเครื่องประดับ ประเภทตู้ทองเคลื่อนที่ ไม่ใช่คนสวมใส่ชอบคนเดียวครับ ผู้ร้ายก็ชอบเหมือนกัน ดีไม่ดีชอบมากกว่าผู้สวมใส่เครื่องประดับซะอีก อาจนำพาให้ผู้สวมใส่สร้อยหรือเครื่องประดับถูกทำร้ายบาดเจ็บถึงตายเอาได้ ง่ายๆ ทีนี้ มาดูกันว่าการขายทองคำและการนำเข้าทองคำ เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร โดย ปกติการขายทองคำประเภททองรูปพรรณหรือมิใช่ทองรูปพรรณ หรือการนำเข้าทองคำ จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ กล่าวคือ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขายทองคำ ก็จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ หรือกรณีเป็นผู้นำเข้าทองคำ ก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกรมศุลกากรเป็นผู้จัดเก็บ กฎหมายได้มียกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือมีการใช้ฐานภาษีที่นำมาคำนวณภาษีขายเมื่อขายทองคำแตกต่างไปบ้าง ดังนี้ทอง คำที่มิใช่ทองรูปพรรณ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่มีความประสงค์จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าหรือการขาย ทองคำที่ยังมิได้ประกอบขึ้นเป็นทองรูปพรรณหรือของรูปพรรณ ทองคำจะต้องมีน้ำหนักเนื้อทองไม่น้อยกว่าร้อยละ 96.50 กรณีเป็น ผู้นำเข้าทองคำ จะต้องแสดงเอกสารหรือหลักฐาน เกี่ยวกับการนำเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ในเวลายื่นใบขนสินค้า เพื่อผ่านพิธีการศุลกากร และจะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานจากผู้ขายในต่างประเทศว่า ผู้นำเข้าเป็นผู้ซื้อทองคำดังกล่าวจากผู้ขายใน ต่างประเทศกรณีเป็น ผู้ขายทองคำ จะต้องมีเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงการเป็นสมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับ การค้าทองคำหรืออัญมณี สมาคมใดสมาคมหนึ่ง ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 311ทอง รูปพรรณ เช่น สร้อยคอ แหวน ฯลฯ หากส่งออกก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 0 แต่ถ้าขายในประเทศ โดยปกติจะใช้ราคาขายมาคิดคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7 แต่เนื่องจากมีร้านทองที่จำหน่ายทองคำโดยรับซื้อและขายกับบุคคลทั่วไป ขณะที่ซื้อจากคนทั่วไปที่นำทองคำมาขายหรือมาแลกเปลี่ยน ก็จะไม่มีใบกำกับภาษีซื้อ แต่เมื่อร้านทองขายออกไปก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กฎหมายจึงได้กำหนดให้มูลค่าของทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศรับซื้อคืน ในวันที่ขายทองรูปพรรณ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าฐานภาษี (ประกาศอธิบดีภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 40) แต่ทั้งนี้ ผู้ขายทองคำต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกิจการขายทองรูป พรรณ ซึ่งมีใบอนุญาตค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า ดังนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องเสียจากการขายทองรูปพรรณในกรณีนี้จะคำนวณจากราคา ขายทองรูปพรรณรวมกำเหน็จ หักออกด้วยราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศกำหนด ผลลัพธ์ส่วนต่าง ให้นำมาคิดภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 7 ก็จะได้ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายทองรูปพรรณนั้น ครับ การขายทองคำหรือการนำเข้าที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเช่นเดียวกับการขายสินค้าทั่วไป.
โพสต์ทูเดย์ วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=finance&id=239682
ขอเล่าเรื่องที่ทำไมทองแท่งถึงไม่มีภาษี VAT
หลายท่านคงจะมีความสงสัยที่ทำไมในอุตสาหกรรมทองของเราจึงมีระบบภาษี VAT ที่แตกต่างจากการค้าแบบอื่นๆ นับว่าเป็นความโชคดีของพวกร้านทองที่เกิดเหตุการณ์ ต้มยำกุ้ง และมีผลกระทบไปทั่วโลก ท่านคงพอจะจำได้ว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2538 ในช่วงที่ท่านนายก พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ประเทศไทยได้เกิดภาวะลูกโป่งแตก เพราะเนื่องจากการที่เปิดประเทศไปรับเงินทุนจากประเทศตะวันตก เรียกกันในตอนนั้นว่า BIBF พอถึงเวลาที่ความมั่นใจในประเทศไทยลดลง ต่างชาติที่เป็นเจ้าของเงินได้ทำการเรียกเงินกลับ ทำให้ประเทศพบกับการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ ในตอนนั้น ประเทศเราไม่มีเงินทุนสำรองเพียงพอที่จะไปจ่ายเป็นค่าเชื้อเพลิง และค่าสินค้าต่างๆ ทำให้ต้องมีการลดค่าเงินบาท ไปจน 1 ดอลล่าห์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 52 บาท หลังจากรัฐบาลคุณชวลิตได้ลาออกไป รัฐบาลคุณชวนได้เข้ามาบริหารต่อ ก็ได้มีพระที่ประชาชนเคารพออกมาระดมทุนเพื่อใช้เก็บเป็นเงินคงคลัง คือ หลวงตามหาบัว ในตอนนั้นมีกระแสชาตินิยมแรงมาก และกระทรวงการคลัง ได้ออกความเห็นซึ่งทางสมาคมค้าทองคำได้พยายามอธิบายให้ทางการทราบเสมอว่าทองคำเป็นเงินตราประเภทหนึ่ง ไม่สมควรที่จะให้มีการคิดภาษี VAT กระทรวงการคลังเลยมีคำสั่งมาที่กรมสรรพากร ให้หาวิธีที่จะคิดให้ทองคำไม่มีภาษี VAT มีการใช้ หน่วยงานเข้ามาทำวิจัย คือ TDRI ผลการศึกษาพบว่าที่สมาคมกล่าวอ้างนั้น เป็นความจริง จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นระหว่าง กรมสรรพากร และสมาคมค้าทองคำ เป็นเวลากว่า 2ปีที่มีการระดมสมอง จนสุดท้ายกรมสรรพากรได้ออกเป็นประกาศกระทรวง ในปี พ.ศ. 2543 ให้ทองคำแท่งมีภาษีเป็น ศูนย์ และในเมื่อต้นทุนวัตถุดิบเป็นศูนย์ การคิดภาษีของทองรูปพรรณก็ต้องมีวิธีที่ต่างไป โดยทางกรมสรรพากรยินยอมให้มีการเอาราคาทองรูปพรรณรับคืนที่ประกาศโดยสมาคมค้าทอง ไปเครดิตแล้วเอาส่วนต่างมาคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามอัตราที่กำหนด ด้วยเหตุประการนี้พวกเราจึงมีภาษีที่เป็นประโยชน์ต่อการค้าของอุตสาหกรรมทองของไทย แต่เนื่องจากสมาคมไม่อยากให้ประโยชนืนี้ตกไปสู่โรงงานทองของต่างชาติ สมาคมจึงเสนอไปยังกรมสรรพากรให้มีการยกเนภาษีกับทอง 96.5% ขึ้นไป เนื่องจากเราทราบว่าต่างชาติไม่สามารถผลิตทองคำรูปพรรณที่มีความบริสุทธิ์มากๆได้ เพราะว่าต่างชาติใช้เครื่องจักรในการผลิต แต่ก็มีความพยายามตลอดมาให้มีการยกเว้นส่วนประกอบต่างในการผลิตทองรูปพรรณ อาทิ ลวดทองที่รีดมาแล้ว เป็นต้น และก็มีหลายสมาคมที่อยากได้ภาษีแบบเรา ได้มีการประชุมกันหลายครั้ง เพื่อที่จะทำการยกเลิกภาษีใน เม็ดเงิน แต่เนื่องจากเงินไม่มีราคารับคืน ทางกรมสรรพากรจึงไม่ยินยอมให้มีการคิดแบบเดียวกับทองคำพวกเราเมื่อทราบถึงความเป็นมาของระบบภาษีแล้ว ขอให้ชื่นชมกับบุคคลต่าๆที่ได้เสียสละเวลาและมีความกล้าที่จะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกรมครับสรรพากร ซึ่งพอเอ๋ยชื่อแล้วก็ไม่มีใครอยากไปตอแยด้วย
ไฟไหม้รพ.จุฬา-เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคาร
ไฟไหม้รพ.จุฬา-เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคาร
01-02-52 01:14 น.
ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมเกียรติ รวมเงิน พนง.สอบสวน สน.ปทุมวันรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารวชิรญาณสามัคคีพยาบาร รพ.จุฬา ถ.ราชดำริ แขวงราชดำริ เขตปทุมวัน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมผู้บังคับบัญชา และนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่า กทม. รถดับเพลิงกว่า 50 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 6 ชั้น เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้น 1 มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาหนาแน่น เจ้าหน้าที่รพ.จุฬาต้องเร่งขนย้ายผู้ป่วยกันอย่างโกลาหล เนื่องจากมีผู้ป่วยแผนกอายุรกรรมนอนรักษาตัวบริเวณชั้น 4-5 รวม 40 คน นอกจากนี้ยังมีสมเด็จพระสังฆราชฯ พักรักษาตัวอยูชั้นที่ 6 ทำให้บรรยากาศรพ.เป็นไปอย่างแตกตื่นและโกลาหลของผู้ป่วย แพทย์และพยาบาล เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ รองผอ.รพ.จุฬา ฝ่ายบริหาร กล่าวว่า อาคารดังกล่าว เป็นของแผนกวิจัยโรคไต เพลิงได้ลุกไหม้ห้องวิจัยโรคไต ซึ่งเป็นห้องปฎิบัติการมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สำนักงานอยู่ภายในห้อง ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในห้อง สำหรับอาคารดังกล่างมีผู้ป่วยพักอยู่ชั้น 4-5 โดยชั้น 4 มีผู้ป่วยหญิงจำนวน 20 คน ชั้น 5 มีผู้ป่วยชายจำนวน 20 คน ส่วนชั้น 6 เป็นชั้นมหากรุณาธิคุณมีสมเด็จพระสังฆราชฯนอนรักษาตัวอยู่ ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ของรพ.จุฬา ได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราชออกจากอาคารดังกล่าวอย่างปลอดภัยทุกคน
หลังเกิดเหตุได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานให้มาตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบสันนิษฐานว่าไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเกิดจากอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการเปิดเครื่องทิ้งไว้ อย่างไรก็ตามจะต้องรอผลพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง
01-02-52 01:14 น.
ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ร.ต.อ.สมเกียรติ รวมเงิน พนง.สอบสวน สน.ปทุมวันรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารวชิรญาณสามัคคีพยาบาร รพ.จุฬา ถ.ราชดำริ แขวงราชดำริ เขตปทุมวัน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมผู้บังคับบัญชา และนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่า กทม. รถดับเพลิงกว่า 50 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 6 ชั้น เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้น 1 มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาหนาแน่น เจ้าหน้าที่รพ.จุฬาต้องเร่งขนย้ายผู้ป่วยกันอย่างโกลาหล เนื่องจากมีผู้ป่วยแผนกอายุรกรรมนอนรักษาตัวบริเวณชั้น 4-5 รวม 40 คน นอกจากนี้ยังมีสมเด็จพระสังฆราชฯ พักรักษาตัวอยูชั้นที่ 6 ทำให้บรรยากาศรพ.เป็นไปอย่างแตกตื่นและโกลาหลของผู้ป่วย แพทย์และพยาบาล เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ รองผอ.รพ.จุฬา ฝ่ายบริหาร กล่าวว่า อาคารดังกล่าว เป็นของแผนกวิจัยโรคไต เพลิงได้ลุกไหม้ห้องวิจัยโรคไต ซึ่งเป็นห้องปฎิบัติการมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สำนักงานอยู่ภายในห้อง ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในห้อง สำหรับอาคารดังกล่างมีผู้ป่วยพักอยู่ชั้น 4-5 โดยชั้น 4 มีผู้ป่วยหญิงจำนวน 20 คน ชั้น 5 มีผู้ป่วยชายจำนวน 20 คน ส่วนชั้น 6 เป็นชั้นมหากรุณาธิคุณมีสมเด็จพระสังฆราชฯนอนรักษาตัวอยู่ ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ของรพ.จุฬา ได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราชออกจากอาคารดังกล่าวอย่างปลอดภัยทุกคน
หลังเกิดเหตุได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานให้มาตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบสันนิษฐานว่าไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเกิดจากอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการเปิดเครื่องทิ้งไว้ อย่างไรก็ตามจะต้องรอผลพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


